ต้นฉบับห้องสมุดหรรษา ก่อนไปเป็นบทละคร

“ห้องสมุดหรรษา Book Garden”
ห้องสมุดชุมชนสุดแสนจะหรรษา ของผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามา ล้วนเป็นคนน่ารักน่าหยิก เรื่องเล่าจากชุมชนชาวหมู่บ้านจัดสรรยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งสยามประเทศ คับคั่งด้วยผู้คนและความวุ่นวายตามประสาชนชั้นกลางเมืองหลวง
อีกทั้งยังมีส่วนผสมของ เรื่องจริง ๗๐ ดีกรี
เรื่องของฝุ่น
ฝุ่น
สาวน้อย วัย ๒๕ ปี เจ้าของร้านที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ เป็นนักต่อสู้ชีวิต ยอมหักไม่ยอมงอ คล่องแคล่ว ซุ่มซ่าม ปากร้ายแต่ใจดี ชงกาแฟ ตามอารมณ์ ชอบตั้งชื่อให้สิ่งของ เป็นคนจริงจัง ทำอะไรทำจริง (แต่โชคดีไม่ตื่นเต้นกับอะไรง่ายๆ ยกเว้น เวลา โดนผู้ชายจีบ) (ฝุ่น บ้าจี้และขี้ตกใจ มักจะมีคำอุทานแปลกๆเสมอ)
ฝุ่นสาวน้อยนักฝัน เผชิญโลกโดดเดี่ยวเพราะพ่อแม่แยกทางเลิกร้างกันไปตั้งแต่ยังเล็ก พ่อหายหน้าไป มีภรรยาใหม่ แม่สติแตกเอาแต่เคียดแค้นเสียใจ ตั้งแต่นั้นฝุ่นเลยระหกระเหเร่ร่อน ไปตามบ้าน ย่า ยาย ญาติ ตั้งแต่เล็ก จนเมื่อโตใกล้จะเป็นสาว แม่จึงมารับตัวจากยาย เอาตัวไปอยู่ด้วย แต่เมื่อไปอยู่กับแม่แม่ก็ไม่ค่อยได้ดูแลเอาใจใส่นัก เพราะ แม่เองผิดหวังจากพ่อก็หันหน้าเข้าหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปเชื่อมั่นในองค์เทพเจ้าสารพัด ในที่สุดต่อมากลายเป็นมืออาชีพเปิดบ้านเป็นสำนักทรงเจ้า ตอนนั้นฝุ่นโตเป็นสาว แล้วไม่เห็นด้วยที่แม่งมงายหนักข้อ วันหนึ่งเกิดเหตุทะเลาะรุนแรง ด้วยเหตุนี้เอง ฝุ่นจึง เผ่นแน่บ ออกจากบ้าน ตอนนั้นฝุ่นอายุ ๑๘
ฝุ่นมีความใฝ่ดี พยายามไปเรียนมหาวิทยาลัย สายนิเทศศาสตร์ เรียนได้เทอมเดียว ก็โดนคัดชื่อออก เพราะไม่ค่อยมีเวลาทำงานหาค่าเทอม แม้จะไม่มีปัญญาเรียนมหาลัยจนจบปริญญาตรี แต่เธอก็ยังพยายามทำสิ่งที่เธอฝัน ในการที่จะเป็นนักเขียนมีร้านหนังสือเล็กๆเป็นของตนเอง และสุดยอดความฝันคือการได้เป็นเจ้าของห้องสมุด เธอทำงาน เก็บเงินอยู่หลายปี ทำทุกอย่างที่มีปัญญาจะทำ ตั้งแต่กลางวันเป็นเลขา พูดจาคะขา กลางคืนเป็นเด็กเสริฟ จะรับอะไรคะ มีเวลาไปก็ยืนขายของตามบู๊ท
เธอใช้ชีวิตแบบ กินมาม่าเป็นมื้อเช้า นั่งรถเมล์อย่างเดียว งดเที่ยวเทศกาล แล้วคอยส่งงานไปตื้อตามนิตยสาร จนในที่สุด ฝุ่นได้เข้าโครงการนักเขียนรุ่นใหม่ และมีงานเขียนบทความให้นิตยสารเล่มหนึ่ง ในวัย ๒๓ ปี ในที่สุดเธอได้เขียนหนังสือแล้ว ความฝันเป็นจริงไปแล้วอย่างหนึ่งที่เหลือฝุ่นต้องสู้ต่อไป อยากจะมีร้านหนังสือจะต้อง เก็บหอมรอมริบ ด้วยตัวเองด้วยลำแข้งเพียงลำพัง
ที่เล่ามาดูเหมือนฝุ่น จะโดดเดี่ยว หัวเดียวกระเทียมลีบ แต่ชีวิตฝุ่นก็ไม่ขนาดนั้น เธอเป็นคนร่าเริงและมีความฝัน จึงมีเพื่อนอยู่มากมาย และที่สำคัญฝุ่นยังมี นัท ชายหนุ่ม ที่ดูเหมือนจะเป็นแฟน คอยอยู่เคียงข้าง นัทเป็นผู้ชายเรียบๆ มองโลกตามความเป็นจริง และเอาใจตัวเองหน่อยๆ ทั้งสองเป็นคู่ที่ดูเหมือนเพื่อน เพราะ รักษาระยะห่างไม่ให้ชิดใกล้มากเกินไปแต่ความสัมพันธ์ก็ไม่ได้ห่างเหิน ด้วยงานและเวลาทำให้ฝุ่นไม่ได้พบกับนัทบ่อยนัก และนัทก็มีแผนที่จะไปทำงาน ที่อเมริกา ดูเหมือนเส้นทางรักของเธอไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
กำเนิดร้าน BOOK GARDEN
จนวันหนึ่งฟ้าประทานพร หรือว่าเป็นคราวเคราะห์ ฝุ่นไปพบร้านหนังสือเล็กๆ ในหมู่บ้านจัดสรร ชุมชนขนาดใหญ่กลางกรุง ติดป้ายว่า “เซ้งถูกๆ” ลองคำนวณเงินในธนาคาร แล้ว ฝุ่นรู้ว่า มีปัญญา ฝันกำลังจะกลายเป็นจริง ไชโย โห่หิ้ว ๒ วันต่อมาฝุ่นเบิกเงินหมดแบงค์ แล้ว เซ็นต์ชื่อลงในสัญญาเซ้งร้าน เฮียเม้งเจ้าของร้านเก่าโล่งอกโล่งใจที่มีผู้รับช่วงกิจการอันใกล้พินาศ รีบย้ายออกไปโดยพลัน กระแสข่าวว่าจะไปอยู่กับเมียน้อยที่ประเทศลาว
ฝุ่นดำเนินการพัฒนาร้านเม้งบุ๊ค เป็นบุ๊คการ์เด้น เรียกเพื่อนซี้เก่าแก่ จู้ (เพื่อน ลูกไล่ เก่าแก่ บ้านติดกัน ไม่มีงานการทำ แต่คอยช่วยเหลือจงรักภักดี แม้บางทีจะเสนอไอเดียพิสดาร ให้ฝุ่นต้องปวดกบาลบ่อยๆ) มาช่วยกันปรับปรุงร้าน ฝุ่น ทำการสะสาง เนรมิตร้านใหม่ ให้ดูไฉไล กว่าเดิม ฝุ่นไม่รู้เลย ว่าการครอบครองร้านนี้ จะนำอะไรมาสู่เธอในอนาคต
เปิดร้านได้อาทิตย์เดียว ฝุ่นพบว่า ร้านอยู่ในสภาพที่เต็มไปด้วยหนี้สินรุงรังค้างชำระที่ยังไม่ได้จ่าย
พร้อมข่าวลือว่าที่ ร้านมีอาถรรพณ์ ใครมาทำกิจการอะไรเจ๊งไปทุกราย
ฝุ่นย้ายมาอยู่ที่ร้าน ฝุ่นชวนแม่ให้มาอยู่ด้วย แม่มาสำรวจตรวจตราแล้วบอกฝุ่นว่าร้านนี้เต็มไปด้วยพลังชั่วร้ายจนตัวฝุ่นก็โดนวิญญาณร้ายเข้าสิง ถึงมาเซ้งร้านแบบนี้ ก่อนที่แม่จะทำพิธีไล่ผีสำเร็จ ฝุ่น ก็อัญเชิญแม่กลับไปยังตำหนักเทพของแม่เสียก่อน
เปิดร้านสามวัน มีคนลูกค้าหนึ่งคน อยู่อย่างนี้เท่ากับรอความตาย ต้องทำอะไรซักอย่าง จู้เสนอว่า ต้องทำร้านให้ดี น่านั่ง มีจุดดึงดูด เสนอเพิ่มกาแฟเครื่องดื่ม ที่นั่ง ให้เป็นที่พบปะชุมนุม
“แล้วจะไปหาเงินจากไหนมาแต่งร้านเล่า” ฝุ่นพึมพำขึ้นมา
จู้ จึงจัดแจงพาฝุ่นไปกู้เงินกับนายเก๋ง ฉายา เก๋งดอกโหด ได้เงินกู้มาก้อนหนึ่ง นำมาจ่ายหนี้และปรับปรุงร้านใหม่ เพิ่มมุมกาแฟแต่สถานการณ์ ก็ไม่ได้ดีขึ้นเท่าไรนัก เพราะร้านถ่ายรูปตรงข้าม เปลี่ยนเป็นร้านหนังสือเฟรน์ไชน์ร้านใหญ่ แผนกติดตามทวงหนี้ของเก๋ง มาคอยเก็บดอกเบี้ยรายวันและฝุ่นก็มีไม่ค่อยพอจ่าย ส่วนสายส่งหนังสือที่เคยส่งหนังสือให้ฝุ่นก็หยุดส่งเพราะหนี้สินที่ค้างจ่าย ในเวลาที่ปัญหารุมเร้า ฝุ่นไม่ยอมบอกเรื่องราวต่างๆ แก่นัทแฟนของฝุ่นเลย เพราะไม่ต้องการให้นัทเป็นกังวล ส่วนนัทนั้นรู้สึกน้อยใจลึกๆว่าตนเองกับฝุ่นนั้นมีช่องว่าง เพราะฝุ่นไม่เคยบอกเล่าทุกสิ่งทุกอย่างให้ฟัง นัทต้องการรับรู้และมีส่วนร่วมกับฝุ่นทุกเรื่อง ไม่ว่าร้ายหรือดี
ขณะที่สถานการณ์การเงินของฝุ่นย่ำแย่ไปทุกขณะ มิตรแท้ ก็ปรากฏตัวขึ้น
ทั้ง โอ๊ค เพื่อนคนหนึ่งที่เคย สนิทสนมกันเมื่อครั้งไปเป็นอาสาสมัครสึนามิ (ครั้งนั้นโอ๊คสานสัมพันธ์จะจีบฝุ่นแต่แต่ไม่สำเร็จ ความขี้เล่นชอบหยอกเย้าของโอ๊คทำให้ ฝุ่นมีปัญหากับสาวอาสาสมัครอีกคนหนึ่งที่ชอบโอ๊ค กลายเป็นเรื่องเป็นราวทำนองแย่งแฟนกัน ฝุ่นโกรธโอ๊คมาก ต่อมาทั้งคู่จึงไม่ได้ติดต่อกัน)
บังเอิญที่ โอ๊ค และครอบครัว มีบ้านอยู่ใกล้ๆร้านหนังสือ นั่นเอง โอ๊คมีอาชีพสถาปนิกชุมชน และ นุ่น น้องสาวของโอ๊คก็ชอบร้านของฝุ่นมาก โอ๊คเริ่มชักชวน ผู้คนที่รู้จักละแวกนั้น เข้ามาที่ร้าน ในบรรดาลูกค้านั้น มีทั้งคุณนุช แนนนี่ หมอหนึ่ง ลุงเกริก
ที่นี้ ฝุ่นกับจู้ก็ไม่หัวเดียวกระเทียมลีบ อีกแล้ว ทั้งโอ๊คและชาวหมู่บ้าน ช่วยกันคิด โอ๊ค ได้ความคิดและแรงบันดาลใจ จากการที่คนในชุมชนมาที่ร้านเพราะได้พบเจอกันและคำทำนายของลุงเกริกว่าร้านนี้ใช้หาเงินไม่รุ่งต้องเป็นสถานที่สาธารณะคนถึงจะมา เสนอให้ฝุ่นเปลี่ยนร้านหนังสือ ให้กลายเป็นห้องสมุดและร้านกาแฟ
โอ๊ค พานุ่น มาช่วยฝุ่นและจู้ ปรับเปลี่ยนร้าน ฝุ่นรู้สึกขอบคุณ โอ๊คและนุ่น ขณะที่จู้หลงรักนุ่นหักปักหัวปำ
ในวันเปิด ร้าน นั้นฝุ่นเชิญคนรู้จัก มักคุ้นมากันมากมาย โอ๊คนั้น ก็เล่นมุขเดิมๆเหมือนตอนเด็กๆ คือ ชอบไปอำใครๆว่าตนเองเป็นแฟนฝุ่น ทำให้ฝุ่นต้องคอยแก้คำพูด ของโอ๊คด้วยความหงุดหงิด นัทเดินทางจากระยอง เพื่อมาเซอร์ไพรส์ วันสำคัญของฝุ่น แต่ พบกับโอ๊คที่กำลังอำใครๆว่าเป็นแฟนฝุ่นเข้า ทำให้เกิดเรื่องเข้าใจผิดกันที่ฝุ่นต้องจัดการให้โอ๊คเคลียร์โดยเร็ว นอกจากนั้น ความวุ่นวาย อื่นๆกำลังจะตามมาเมื่อแม่ของฝุ่นทำพิธี ร่างทรงกลางร้าน คุณนิรันดร์ เจ้าของบ.เมล็ดกาแฟสนอก สนใจฝุ่นเป็นพิเศษ และเก๋ง พาพรรคพวก มากินฟรีที่ร้าน ..... ส่วนแนนนี่สาวน้อยนักล่าฝันหนึ่งในลูกค้าประจำ ก็ปิ๊งนัทเป็นพิเศษ
“ในที่สุด ฉันก็มีห้องสมุดเป็นของตัวเองซะที เฮ้อ”
Motto ห้องสมุดชุมชน BOOK GARDEN
“ต้องการเห็นคนไทยอ่านหนังสือ มากกว่าปีละ แปดบรรทัด”
หลังจากเหตุการณ์ วุ่นวายในการเปิดห้องสมุดจบลง โอ๊ค ได้รู้ว่า นัทกับฝุ่นนั้นรักกันเพียงใด และตนเองคงเป็นได้แค่เพื่อน จึงเจียมตัวเจียมใจเก็บความรู้สึกไว้ ส่วนฝุ่นเองก็ สับสนในตัวโอ๊ค และไม่เข้าใจว่าจริงๆโอ๊ครู้สึกอย่างไรแน่ ส่วนนัทสารภาพรักกับฝุ่น และขอสิทธิเป็นแฟนโดยชอบธรรมแต่ผู้เดียว แล้วสวมแหวนให้ฝุ่นหนึ่งวง นับเป็นวันที่ฝุ่นมีความสุขมากๆวันหนึ่งในชีวิต
ห้องสมุดของฝุ่นดำเนินการไป มีสมาชิกใหม่ๆเข้ามาสมัครเรื่อยๆ ทั้งกาแฟและอาหารก็ขายดีขึ้น ส่วนนุ่นก็เรียนใกล้จบปริญญาโท วันๆก็จะเข้ามาทำวิทยานิพนธ์ที่ร้าน ส่วนโอ๊คหลังจากวันเปิดร้าน ก็เก็บเนื้อเก็บตัวไม่ค่อยออกมาพบปะใคร นุ่นอำฝุ่นว่า โอ๊คไม่สบาย ฝุ่นจึงแวะไปเยี่ยม พอแวะไปเยี่ยมดันโดนโอ๊คกวนประสาท จนโมโหกลับมา โอ๊คคิดได้ ว่ามิตรภาพของเขากับฝุ่นจะต้องดำเนินต่อไป จึงกลับมาแวะเวียนที่ห้องสมุดและทำตัวบ้าบอต่อไป
อาจารย์สมศักดิ์ เชฟระดับชาติปรากฏตัวที่ห้องสมุด ชอบพูดปริศนาให้สูตรอาหาร เป็นประจำ ซึ่งต้องตีความสูตรเหมือนตีเลขหวย แต่อาหารร้านฝุ่นก็พัฒนาขึ้นมาก ลูกค้าก็นิยมเมนูแปลกๆที่อร่อยของห้องสมุด
ชุมชนเอื้ออาทร
โอ๊ค สนใจชุมชนสลัม ที่เกิดขึ้นใหม่ ในพื้นที่ว่างหลังหมู่บ้าน ซึ่งแต่เดิมเป็น ที่อยู่ของคนงานก่อสร้าง ที่ปลูกสร้างอยู่ชั่วคราว ต่อมา กลายเป็นที่อยู่ประจำ ผู้คนในนั้นจากเดิมเป็นพวกก่อสร้างร่อนเร่ก็อยู่เป็นหลักแหล่งและมีอาชีพประจำทั้งยาม มอเตอร์ไซด์ สาวโรงงาน พวกทำงานร้านอาหาร โอ๊คลงพื้นที่ไปดูแล้วพบว่า เด็กเล็กๆในชุมชน ไม่มีกิจกรรมให้ทำ โอ๊คอยากจัดค่ายห้องสมุดวันเสาร์ให้เด็กๆจึงชวนฝุ่น ฝุ่นจึงออก จดหมาย เชิญชวนสมาชิก บริจาคของรัก หนังสือเด็ก และจัดประมูลของ เพื่อนำเงินไปช่วยเด็กๆ วันบริจาค นับว่าเป็นวันนรกแตกที่ฝุ่นคาดไม่ถึง เมื่อฝนตกขี้หมูไหล คนที่ไม่ค่อยมีใครคบมารวมตัวกัน
ระหว่างนั้นจู้เกิดความรู้สึกครั้งแรกว่าทำไมหนอตัวเองจึงกระจอกเช่นนี้ เมื่อไหร่นุ่นจึงจะหันมาสนใจ จึงปรึกษากับโอ๊คหวังว่าโอ๊คที่เป็นพี่ชายนุ่นจะหาทางช่วยบ้าง โอ๊คบอกว่าคงช่วยเรื่องนุ่นไม่ได้ แต่ถ้าเรื่องอื่นที่จู้ควรจะทำก็ช่วยได้ จู้อยากได้ทำงาน มีชื่อเสียงมีหน้ามีตาเหมือนคนอื่นบ้าง โอ๊คบอกจู้ว่าควรจะทำอะไรเพื่อตัวเองได้แล้ว จู้จึงเริ่มลงมือทำงาน เขียนการ์ตูนและภาพประกอบของตัวเอง
ฝุ่น จู้ โอ๊ค นุ่น นัท คุณนุช ลุงเกริก และชาวสมาชิก ร่วมกันจัดกิจกรรมให้เด็กๆ และจัดตั้งห้องสมุด เป็นศาลาเล็กๆให้เด็ก ได้อ่านหนังสือ รวมทั้งนำหนังสือเด็กที่ได้รับบริจาค หมุนเวียนจัดให้เด็กๆอ่าน
ข่าวเกี่ยวกับพ่อ
แม่ฝุ่นเดินทางไปจาริกแสวงบุญบูชาองค์เทพที่อินเดีย ช่วงที่แม่ไม่อยู่มีโทรเลขแจ้งข่าวเกี่ยวกับพ่อของฝุ่นส่งมา ฝุ่นจึงรู้ว่าพ่ออยู่ที่ไหน โอ๊คสนับสนุนเต็มที่เพื่อให้ฝุ่นได้พบพ่อ จะรออะไรอยู่ล่ะฝุ่น ไปสิ ทำตามที่หัวใจเรียกร้อง โอ๊คยุเต็มที่ ฝุ่นจึงรีบเดินทางไปพบพ่อโดยมีโอ๊คไปเป็นเพื่อน และฝากร้านให้จู้และนุ่นช่วยดู พ่อของฝุ่นป่วยหนักไม่ได้สติ อยู่ในโรงพยาบาล ฝุ่นได้พบกับ ส้ม น้องชาย ต่างมารดา ที่เป็นเด็กมีปัญหานักเลงหัวไม้ น้องชายต่อว่าฝุ่น จนโอ๊คทนไม่ไหวจึง เถียงแทน และตะลุมบอนกันในโรงพยาบาล ฝุ่นปรึกษาหมอเพื่อขอย้ายพ่อไปรักษาโรงพยาบาลที่มีหมอเฉพาะทางโดยมีโอ๊ค แต่ในที่สุด ก็ไม่ทัน พ่อสิ้นใจในวันนั้นเอง ฝุ่นเศร้าเสียใจร้องไห้กับโอ๊ค และตัดสินใจ พา ส้มกลับไปอยู่ที่ห้องสมุด โอ๊คช่วยดูแลเรื่องการจัดงานศพ และอยู่คอยเป็นเพื่อนฝุ่น นัทเดินทางมาถึงและคอยอยู่เคียงข้างฝุ่นไม่ห่าง โอ๊คจึงหลบไป และไปคอยช่วยจัดการ เรื่องต่างๆห่างๆ ส้ม มาอยู่กับฝุ่นได้ไม่นาน ก็ขโมยเงินในเก๊ะฝุ่นจนเกลี้ยง และหนีไป หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป แม่ฝุ่นเดินทางกลับมา ถึงที่ร้าน ทุกคนรีบเล่าเรื่องที่เกิดให้ฟัง แม่ฝุ่นกลับบอกหน้าตาเฉยว่า โทรเลขฉบับนี้ ไม่ใช่ของแม่ ชื่อก็เป็นชื่อเก่าที่แม่ไม่ใช้มาสิบห้าปี นามสกุลก็ไม่ใส่ และที่แน่ๆพ่อก็ยังไม่ตาย ยังเสวยสุขอยู่กับเมียคนที่ห้า ..... เอวัง….. ไอ้โอ๊คคคค แกตายยย ฝุ่นประกาศกร้าวว
นัทกับฝุ่น
นัทได้รับจดหมาย จากบริษัทที่อเมริกา ที่ยินดีรับเขาเข้าทำงาน ความฝันของนัทกำลังจะเป็นจริง นัทตัดสินใจมาหาฝุ่น ขอฝุ่นแต่งงาน เพื่อจะพาฝุ่นไปต่างประเทศด้วยกัน แต่ฝุ่นปฏิเสธ เพราะเธอไม่ทอดทิ้งห้องสมุดและความฝัน ฝุ่นให้สัญญา ว่าจะรอนัท ขอให้นัทไปทำงานแล้ว เมื่อพร้อมค่อยว่ากัน นัทลาออกจากงาน จึงมีเวลาว่างก่อนเดินทางไกล จึงมาอยู่ เป็นเพื่อนคอยขับรถพาฝุ่นไปตามที่ต่างๆ เป็นช่วงสวีทของทั้งคู่ จนถึงวันลาจาก โอ๊ค มีปัญหากับที่ทำงาน และคิดที่จะลาออก แต่ทุกครั้งที่มาหาฝุ่น เขาพบฝุ่นกับนัทอยู่ด้วยกันตลอด ฝุ่นพยายามจับคู่ โอ๊คให้รู้จักกับนักแสดงสาวที่ชื่อ พิ๊งค์ เพื่อนที่ตอนเด็กฝุ่นเคยไปอยู่ด้วย แต่คบกันไปได้สักพัก พิ๊งค์รู้ชัดว่าโอ๊คมีฝุ่นอยู่เต็มหัวใจแต่พิ๊งค์เองก็กำลังชอบโอ๊คมากขึ้นทุกที จึงตัดใจก่อนที่จะเป็นฝ่ายเจ็บ
ชื่อเสียง
ห้องสมุดเริ่มมีชื่อเสียง จากการบอกต่อทางอินเตอร์เนท และจากสมาชิกที่เพิ่มขึ้น จนมีจำนวน หกร้อยกว่าคน จนมีหนังสือหลายเล่มมาสัมภาษณ์ ฝุ่น มีรายการโทรทัศน์มาถ่ายที่ร้าน ฝุ่นยุ่งและวุ่นวายกับห้องสมุดมากขึ้น ปล่อยให้โอ๊ค เข้าไปทำงาน ในชุมชน ลำพัง โอ๊คพบปัญหาเรื่องชุมชนจะถูกไล่ที่ มีการขู่และทำร้าย โอ๊คเห็นฝุ่นยุ่งจึงจัดการไปคนเดียว
มาร์ท ดาราพิธีกรหนุ่ม ที่เคยมาถ่ายรายการที่ร้าน แวะเวียนมา ที่ร้านของฝุ่นบ่อยๆ และเวลามาก็ตีสนิทเอาอกเอาใจฝุ่นเป็นพิเศษ จนฝุ่นออกอาการ เขินอาย ป้ำๆเป๋อๆบ่อยๆ ฝุ่นพยายามไว้ตัวไม่สนิทสนมมากจนกระทั่งวันหนึ่ง ฝุ่นจะออกไปจ่ายของที่ห้างสรรพสินค้า ระหว่างทางพบกับมาร์ท มาร์ทตื้อเสนอพาไป
สุดท้ายรูปฝุ่นกับมาร์ทช๊อปปิ้ง ลงหน้าหนึ่ง หนังสือปาปารัชชี่ ทำให้นัทเข้าใจผิดฝุ่นอย่างรุนแรง และกลับมาเมืองไทย นัทกับฝุ่นคู่ทะเลาะกัน โอ๊คไม่อยากเห็นฝุ่นทุกข์ใจ จึงนัดพบกับ นัท เพื่อช่วยอธิบาย
เก๋งมาที่ห้องสมุดเตือนไม่ให้ฝุ่นเข้าไปยุ่งกับ ที่ดินชุมชนสลัม เพราะเก๋งรู้ดีว่า ทางนายทุนเอาจริงและรุนแรง ลุงเกริกปรากฏตัวขึ้นที่ร้าน แล้วทำนายทายทัก ถึงวันที่ร้านจะต้องสิ้นสุด
ความเปลี่ยนแปลง
จู้กำลังจะได้ออกผลงานหนังสือการ์ตูนเป็นของตนเอง จู้แยกออกไปอยู่อพารท์เม้นท์เพื่อจะได้ทำงานได้มากขึ้น นุ่นเรียนจบปริญญาโท และกำลังตัดสินใจในอนาคตก้าวต่อไปของตนเอง
ฝุ่นกำลังจะเป็นคนดัง ได้ออกรายการโทรทัศน์ และได้รับเชิญไปงานกิจกรรม ต่างๆมากขึ้น รวมถึงการได้ตีพิมพ์นวนิยายเล่มแรก โอ๊ค ต่อสู้อยู่เพียงลำพังอย่างเงียบๆ กับชาวชุมชนสลัมหลังบ้าน ต่อสู้ขอสิทธิ์ ทั้งร้องเรียนและเดินเรื่องกับการเคหะ แต่การไล่ที่ก็เกิดขึ้นทุกวัน
ห้องสมุดก็มีเรื่องตื่นเต้น เมื่อแนนนี่ สมาชิกสาวน้อย ได้เข้ารอบการประกวด เข้าบ้านดาวดวงใหม่ ห้องสมุดกลายเป็นที่ ชุมนุม ข่าวบันเทิง ซึ่งนุ่น ไม่พอใจอย่างมาก
โอ๊คโดนข่มขู่และลอบทำร้าย แต่ไหวตัวทันจึงไม่เป็นอะไร ฝุ่นรู้ข่าวจึงรีบมาดู ฝุ่นตัดสินใจมาช่วยโอ๊คเต็มกำลัง ฝุ่นเหลืออดกับการนั่งวิพากษ์วิจารณ์แต่เรื่องไร้สาระ เหมือนสโมสรแม่บ้านในห้องสมุด วันหนึ่งจึงระเบิดออกมา ว่าเรื่องคนเดือดร้อนจะเป็นจะตายทำไมไม่มีใครสนใจ ทุกคนจึงคิดได้ ฝุ่นปรึกษาหาทางออกให้ชุมชน
ทั้งหมดจึงหาทางออกร่วมกัน ฝุ่นออกเดินสาย ประชาสัมพันธ์ปัญหา โอ๊คก็ติดต่อองค์กรต่างๆเพื่อช่วยเหลือ จนกลายเป็นประเด็นข่าว ใหญ่ ในขณะที่ฝุ่นหารู้ไม่ว่า นายทุนที่ไล่ที่นั้นเป็นเจ้าของตึกที่ฝุ่นเช่า ทำห้องสมุด เป็นนายของคุณอาคมที่ฝุ่นไปทำสัญญาเช่าด้วย
นุ่นเดินทางไปเรียนต่อ ที่อเมริกา และเกิดอุบัติเหตุ กระเป๋าและของหาย ฝุ่นรู้เรื่องจึงขอให้นัทไปช่วย นัทช่วยเหลือนุ่นเต็มที่ จนเรื่องทั้งหมดเรียบร้อย ทั้งคู่ก็ติดต่อกันเป็นระยะตามประสาคนรู้จัก นุ่นรู้ว่านัทอยู่อย่างประหยัดเพื่อเก็บเงินสร้างอนาคตกับฝุ่น
สุดท้าย
เมื่อเรื่องไล่ที่ชุมชนเป็นประเด็นข่าว โอ๊คก็ติดต่อภาครัฐง่ายขึ้น ขณะที่เก๋ง รู้ข่าวเรื่องที่จะมีคนเผาไล่ที่ เก๋งมาช่วยนัทและฝุ่น ปะทะกับพวก รับจ้างก่อกวน กว่าตำรวจมา เก๋งเกือบเอาตัวไม่รอด ห้องสมุดถูกยกเลิกให้เช่ากลางคัน นัทแอบกลับมาเมืองไทย ด้วยความเป็นห่วง มาที่ห้องสมุดพบ ภาพฝุ่นให้โอ๊คหนุนตักและใส่ยาที่หัวบาดเจ็บเพราะถูกพวกก่อกวนตี นัทจึงตัดสินใจ ..... ขอฝุ่นแต่งงานอีกครั้ง
คราวนี้เมื่อโดนรุกหนัก ฝุ่นจึงรับปากนัท โอ๊คสารภาพรักกับฝุ่น ห้องสมุดปิดตัวลงด้วยความเสียดายของทุกคน ชาวชุมชนสลัมย้ายออก ไป โดยการเคหะ เข้ามารับผิดชอบ โอ๊คหายตัวไป ฝุ่นเตรียมตัวย้ายไปอยู่อเมริกา แต่ก่อนไป ฝุ่นอยากพบโอ๊คอีกสักครั้ง จึงออกตามหา ฝุ่นไปหาโอ๊คที่จังหวัด แม่ฮ่องสอน และพบ ร้านหนังสือเล็กๆชื่อบุ๊คการ์เด้น ฝุ่นไปอเมริกา เพื่อกล่าวอำลานัท และไปหาใครบางคนที่ร้านหนังสือบุ๊คการ์เด้น แม่ฮ่องสอน
บทส่งท้าย
ในวันที่อากาศสดใส บนถนน ในเมืองชนบทต่างแดน นัทกับหัวใจที่ยังปวดร้าว เดินทางท่องเที่ยว ในวันหยุดยาว ขณะข้ามถนนเขามองเห็นใครบางคนที่คุ้นหน้ายิ้มและโบกมือมาให้ และ เธอคนนั้นคือนุ่น
จู้ ถึงแม้ว่าจะไม่สมหวังในรัก ผู้ชายเดินดินธรรมดาอย่างเขา แม้จะมิอาจคว้าดอกฟ้า แต่ก็คว้าดอกฝันได้สำเร็จ จู้เป็นนักเขียนภาพประกอบหนังสือสำหรับเด็กที่หลายสำนักพิมพ์ต้องการตัว
ชาวบุ๊คการ์เด้น ในหมุ่บ้าน ต่างก็ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเงียบๆ แต่ห้องสมุดเล็กๆแห่งนั้น ก็ได้ทำให้เกิดปรากฎการณ์ ของการแบ่งปันกันในสังคม ผู้คนในหมู่บ้าน มีน้ำใจไมตรี ใส่ใจกันและกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างอยุ่เหมือนหมู่บ้านในเมืองหลวงที่เคยเป็น
ความฝัน ไม่ว่ามันจะเล็กน้อยหรือยิ่งใหญ่เพียงไร ขอเพียงมีความเชื่อมั่น และยึดถือคุณธรรม ความฝันก็ไม่ใช่เรื่องของผู้คนในยามหลับไหล หากแต่กลายเป็นจริงได้แน่นอน
ตัวละคร หรรษาบุ๊คการ์เด้น
การที่ฝุ่นเปิด ห้องสมุดชุมชน ขึ้นมานั้น ไปปลุกเหล่าผู้เร้นกาย ใช้เวลายามกลางวันอย่างเงียบเหงา ในหมู่บ้าน จัดสรรขนาด ห้าพันหลังคาเรือนให้ออกมาโลดแล่น พบปะปะทะสังสรรค์ ดังรายนามต่อไปนี้
ตัวหลัก
โอ๊ค (ชายข้างร้าน)
หนุ่ม สถาปนิก นักอุดมคติ อายุ ๒๖ ปี เกิดในครอบครัวทนายผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน เดิมคุณพ่อของโอ๊คเป็นทนายอยู่ที่จังหวัดปัตตานี โอ๊คมีน้องสาวคนหนึ่งชื่อนุ่น ตอนโอ๊ค อายุ ๙ ขวบ พ่อของโอ๊คได้ย้ายมาประจำอยู่ที่กรุงเทพ โอ๊คจึงได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านเดิมของพ่อในกรุงเทพ โอ๊คเป็นคนร่าเริงตั้งแต่เด็ก เพราะเกิดในครอบครัวที่อบอุ่นเรียบง่าย แม่ของโอ๊คเป็นนางพยาบาลใจดี พ่อโอ็คก็เป็นทนายที่ซื่อตรง ชอบตลกโปกฮา และรักการ ร้องเพลง คาราโอเกะ ด้วยความเป็นคนชอบธรรมชาติ และศิลปะ โอ๊คจึงมุ่งมั่นในการสอบเข้าสถาปัตย์ จนในที่สุดก็ได้เรียนสถาปัตย์ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โอ๊คกลายเป็นนักกิจกรรม ทำงานช่วยเหลือสังคมกับชมรมต่างๆ
จบออกมาลองไปทำงานหลายที่ แต่ก็รู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเองซักที สุดท้ายมาลงตัวที่ การเป็นสถาปนิกชุมชน เป็นอาชีพที่มีหน้าที่ทำให้บ้านเมืองน่าอยู่ทั้งสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิต
โอ๊ค เป็นคนมองโลกในแง่ดี ร่าเริง มนุษยสัมพันธ์ดีมากๆ ชอบรู้จักผู้คน มองคนที่จิตใจไม่ใช่หน้าตา ความงามไม่มีความหมายเท่าความดี แต่ข้อเสียของโอ๊คคือบางทีขี้ใจน้อย และบางครั้งแสนจะดื้อรั้นไม่ค่อยฟังใคร อีกทั้งการช่างพูดบางครั้งกลายเป็นการช่างติ จนถึงอาการปากปีจอ
เป็นเพื่อน ของฝุ่น โอ๊คกับฝุ่น พบกันตอนเป็นอาสาสมัครช่วย สึนามิ ได้ผ่านความยากลำบากด้วยกัน และต่างคนก็แอบชอบกันอยู่ แต่ต่างฝ่ายเก็บงำเอาไว้ไม่บอกกัน จนกระทั่ง ฝุ่นเปิดร้าน จึงได้พบกันอีกครั้งด้วยความบังเอิญ เพราะบ้านโอ๊ค อยู่ในซอยถัดไปจากห้องสมุด
ฝุ่นจริงจังกับทุกเรื่อง โอ๊คก็ขี้เล่นไปซะหมด จนฝุ่นไม่แน่ใจในตัวโอ๊ค แม้โอ๊คจะมาจีบก็ดูเหมือนจะมาจีบเล่น จนเวลาพาทั้งคู่ผ่านเลยกันไป และตอนนี้เมื่อพบกันใหม่ก็ดูเหมือนจะสายไปเสียแล้ว ฝุ่นมีนัทเป็นคนข้างใจไปแล้ว ถึงจะเป็นคนขี้เล่นดูเหมือนไม่ค่อยจริงจังกับอะไร แต่เมื่อเป็นเรื่องงาน หรือเรื่องสำคัญแล้วโอ๊คจะตั้งใจราวกับเป็นคนละคนทีเดียว
นัท (หนุ่มข้างใจ)
นัทเป็นวิศวะกรหนุ่ม ทำงานด้านระบบ ในโรงงานที่จังหวัดระยอง นัทเป็นคนตรงๆ เรียบร้อย ร่างสูงใหญ่ดูเป็นแมน นัทเป็นลูกชายคนเดียว ของพ่อแม่ นัทเกิดในครอบครัวที่ทำธุรกิจ และร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ที่นัทไม่ชอบและไม่อยากสืบทอดธุรกิจ ค้า ขายต่อจากครอบครัว นัทจึงพยายาม ผลักดันตนเองให้ประสพความสำเร็จ เพื่อพิสูจน์ตัวเองกับครอบครัวว่า สามารถสร้างหนทางให้ตนเองก้าวหน้าได้ดีกว่าที่จะทำธุรกิจของครอบครัว นัทจึงพยายามอย่างเต็มที่ นัทเรียนจบปริญญาโท และเตรียมตัวที่จะไปทำงานในอเมริกา
ผู้ชายที่อาจเรียกได้ว่าเป็นเรียกว่าแฟนของฝุ่น เงียบๆนิ่งๆ แม้จะไม่หวือหวา แต่ก็ไม่เคยทอดทิ้งคนรัก
แม้บางที่จะทื่อๆแต่ก็เป็นคนที่จริงใจ ดูเหมือน จะเป็นคนที่เข้าใจฝุ่น แต่ด้วยความไม่ละเอียดอ่อน จึงไม่เข้าใจฝุ่นจริงๆเลยสักครั้ง นัทอยากจะไปใช่ชีวิตในอเมริกาและอยากจะพาฝุ่นไปด้วย นัทไม่เห็นด้วยนักที่ฝุ่นจะทำห้องสมุด และไม่อินกับอุดมการณ์ของฝุ่นเท่าไรนัก แต่ก็เป็นคนที่ปรารถนาดีกับฝุ่นเสมอ
นัทจะเป็นคนอ่อนผ่อนตามฝุ่นที่สุด ด้วยความที่นัทมองโลกตามความเป็นจริง จึงคอยเตือนสติฝุ่นในเรื่องต่างๆ ได้เสมอ นัทเป็นคนที่ทันสมัย โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยี นัทไม่ค่อยเจ้าสังคมแต่เขาเป็นคนใจกว้าง และไม่หยุมหยิม เขาเป็นคนพูดน้อย และ ไม่ชอบนินทาใคร นัทมีเพื่อนไม่มากแต่เพื่อนทุกคน ก็เป็นเพื่อนที่รักกันมาก พ่อแม่ของนัทรู้จักกับฝุ่นและชอบฝุ่นมาก ฝุ่นเป็นผู้หญิงที่เก่งและนิสัยดีแม้ไม่ร่ำเรียนสูงก็ตาม
จู้ (ลูกน้องข้างตัว)
หนุ่มกระหรองกระแหรง ร่างผอม ตัวซีด ท่าทางแนวอัลเตอร์ จู้ร่ำเรียนจบ ปวส ด้านออกแบบ แต่ด้วยความติสท์ มากเลยไม่ทำงานประจำ นั่งเก็บตัววาดการ์ตูน หวังจะเป็นนักเขียนการ์ตูนชื่อดัง จู้เป็นคนอยู่ง่ายกินง่าย ชอบสร้างสรรค์อะไรแปลกๆ แต่ก็ไม่ชอบอะไรที่แหวกแนวมาก เช่น จู้จะชอบผู้หญิงเรียบร้อย จู้ขี้อายไม่ชอบเป็นจุดเด่น แต่ไม่รู้ตัวว่าที่เป็นอยู่ ทั้งการแต่งตัวหน้าตาก็เป็นจุดเด่นจะแย่อยู่แล้ว
จู้แม้ท่าทางไม่เป็นโล้เป็นพาย บางทีขี้ใจน้อย จนเงินแต่รวยน้ำใจ กินฟรี อยู่ฟรี ทำงานฟรีไม่มีเงินเดือนเป็นทั้งเพื่อนและเสมือนลูกไล่ของฝุ่น
แต่ก่อน จู้บ้านอยู่ติดกับบ้านแม่ของ แม่ฝุ่น ทั้งคู่เรียนอยู่ด้วยกันจนถึง มัธยม ต้น จากนั้นพ่อจู้ก็ย้ายบ้านไปอยู่ แถวลำลูกกา แต่ทั้งคู่ยังติดต่อกันเสมอ โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายเดือดร้อนหรือมีปัญหา
นุ่น (สาวสวยข้างบ้าน)
น้องสาวของโอ๊ค หญิงสาวแสนสวย กำลังทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทด้านรัฐศาสตร์ จึงมาใช้ห้องสมุด บุ๊คการ์เด้นท์เป็นที่ทำงาน นุ่นเป็นคนฉลาดเก่ง ไม่แพ้พี่ชาย อีกทั้งยังเป็นคนอารมณ์ดี และมีมุขตลกใหม่ๆ มาแจกเหล่าสมาชิกเสมอ นุ่นมีแฟนงี่เง่าอยู่หนึ่งคน เป็นพวกไฮโซ ท่าทางหลงตัวเอง ซึ่งนุ่นคบมาได้สักพัก แล้วเลิกไปเพราะเธอทนไม่ไหว จากนั้นเธอกลายเป็นพวกนักสิทธิสตรีไม่ยอมเสียเปรียบชายใด นุ่น กลายเป็นเพื่อนสนิทของ ฝุ่น อีกคน
จู้หลงรักนุ่นหัวปักหัวปำ แถมสาวมั่น เจ้าความคิดอน่างนุ่นกลายเป็นขวัญใจ ของชายในร้านอีกหลายต่อหลายคน นุ่นสุภาพแสนดี แต่ขอเตือนอย่าเถียงเรื่องการเมืองกับเธอเด็ดขาด อาจมีฟาดปากกันได้
คุณนุช ๑๓๑
หญิงม่ายขายประกันชีวิต วัยสี่สิบต้นๆ มาพร้อมกับคำแนะนำตนเองว่า “นุช บ้านเลขที่ ๑๓๑ ค่า”
เธอรู้จักทุกคนในหมู่บ้าน อัพเดทข่าวดาราก่อนใคร
มาพร้อมกับเสียงหัวเราะที่เป็นเอกลักษณ์ ท่าทีที่ขี้เกรงใจ
(แต่จริงๆแล้วเธอไม่รู้จักคำนี้) คุณนุช ทำหน้าที่เป็นนายกสมาคมข่าวลือ รักษาความลับด้วยวิธีเอาไปฝากไว้ที่ทุกคน มีซ้อเจ็ดเป็นไอดอลในการดำเนินชีวิต ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในร้านอยู่ในสายตาของเธอตลอด
คุณนุชเป็นนักขายชั้นยอด ที่อุทิศตนเพื่อการขายอย่างแท้จริง
คุณนุช สามารถ ขายของได้ตลอดเวลา จนห้องสมุด บางครั้งกลายเป็นร้านค้าของคุณนุชไปเลยทีเดียว
คุณนุชไม่ได้เดือดร้อนเงินแต่อย่างใด เพราะการงานของคุณนุชเป็นระดับหัวหน้า มีออฟฟิศส่วนตัว จนต้องคอยขายตลอดเวลา แต่เพราะการขายเป็นความสุข คุณนุชรู้สึกว่า การมอบสินค้าที่ทำให้ผู้ซื้อมีความสุข เป็นภารกิจของคุณนุช เอาเข้าจริงคุณนุชเป็นคนใจบุญสุนทาน และขี้สงสาร เป็นคนมีเมตตา ชอบช่วยเหลือผู้อื่น จริงๆคุณนุชชอบมาที่ห้องสมุดเพราะชอบพบปะกับผู้คนมากกว่า
หากใครมีปัญหา มาหา หรือขอความช่วยเหลือคุณนุชมักจะช่วยจนหาทางออกได้เสมอ
คุณท๊อป ดารณีนุชเหมาะที่สุด
แก้ว
ลูกน้องชาวพม่าที่ฝุ่นรับเลี้ยงไว้ รักเมืองไทยมาก กลัวตำรวจเป็นที่สุด
แต่ก็ชอบออกไปเดินเพ่นพ่าน พูดไทยไม่ชัด ชอบดูหมอ จึงให้ความเคารพลุกเกริกเป็นพิเศษ
ถ้าถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร แก้วจะตอบว่า "อยากเป็นคนไทย และอย่างทำอาหารเก่งอย่างแดจังกึม" (พูดไม่ชัด)
แก้วรักฝุ่นเหมือนพี่สาวแท้ๆ แม้บางทีเงินเดือนออกช้าเพราะไม่มีจ่ายแก้วก็ไม่เคยบ่น แก้วติดละครมากๆ ถ้าละครมาแล้ว แก้วไม่ได้ขึ้นไปดูจะออกอาการ เหมือนลงแดง มือไม้สั่น แถมบางครั้งยังชอบอินจินตนาการ จนออกนอกจอคิดว่าตัวเองเป็นนางเอก
ตัวรอง
เก๋ง
มาเฟียหนุ่มรุ่นที่สาม อาชีพหลัก ปล่อยกู้ และเป็นเจ้ามือโต๊ะบอล ด้วยอาชีพ และหน้าที่ทำให้เขาต้องโหด อำมหิต แต่เอาเข้าจริง ก็ไม่ได้เป็นคนชั่วร้าย นับถือน้ำใจอุดมการณ์ของฝุ่น มักคอยแอบช่วยฝุ่นแบบไม่ให้ ลูกน้องตนเองรู้ เดี๋ยวเสียรังวัดขาโหด ตอนเด็กๆ เก๋ง เป็นเด็กที่ใจบุญ ไม่ชอบทะเลาะ ใจดีอย่างกับพระเวสสันดร จนเตี่ยรับกับความหน่อมไม่ไหว จึงส่งให้ไปอยู่กับญาติใน ฮ่องกง เก๋งผ่านวัยเด็กที่โหดๆในฮ่องกง จนเมื่อเป็นหนุ่มกลับมาเมืองไทย ได้เริ่มออกลวดลาย ตามประสาขาโหด (แอบดี) แบบเก๋งๆ
คุณนิรันดร์
เจ้าของบริษัทคั่วเมล็ดกาแฟ มาดนักธุรกิจหนุ่มทันสมัย มักมาส่งกาแฟด้วยตัวเองทุกครั้ง ถือว่าเป็นคนส่งกาแฟที่หน้าตาดีที่สุดของวงการ ด้วยหน้าตาและอัธยาศัยดี สุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตนเป็นเลิศ ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของทุกคน ตัวแทนของสุภาพบุรุษนักธุรกิจสมัยใหม่ หัวทันสมัยรสนิยมมาตรฐาน
คุณนิรันดร์ไม่ใช่คนในหมู่บ้านแต่ก็ มีบริษัทเล็กๆ ไม่ไกลจากละแวกนั้น คุณนิรันดร์ชอบแวะเวียนมา เช็คเรทติ้งกาแฟ และทักทายผู้คน พูดอะไรแล้วก็รีบไป แต่ถ้าบางครั้งคุณนิรันดร์ว่าง ก็มานั่งนานๆและคอยชมรสกาแฟของตนเองเสมอ บางทีก็มา ขายขนมจีบ ฝุ่นบางที ก็ชอบสนทนาปราศัยกับนุ่น
คุณนิรันดร์ มักปรากฏ ตัวในร้านพร้อม คำแนะนำและ ข้อคิดทางธุรกิจ ใหม่ๆให้ฝุ่นเสมอ และคำพูดติดปากคุณนิรันดร์ ที่ทำให้ฝุ่นทำใจให้ชอบเขาไม่ได้ซักทีคือ “จะทำห้องสมุดไปทำไมถ้าไม่ได้กำไร”
แนนนี่
เด็กสาวนักศึกษารูปร่างหน้าตาจิ้มลิ้มชอบทำแอ๊บแบ๊ว มีความใฝ่ฝันที่จะได้เข้าประกวด รายการเรียลลิตี้โชว์ เป็นคนที่รักการเป็นจุดเด่น พยายามให้ตัวเองดูดี แสวงหาความก้าวหน้าและมั่งคั่ง ชอบบริหารเสน่ห์ และโปรดปราน ผู้ชายเท่ห์ๆ อย่างโอ๊ค
ชอบมาที่ร้านโดยเฉพาะถ้ามีหนุ่มๆ ที่ดูดีนั่งอยู่ในร้าน แนนนี่เป็นขาประจำหนังสือ พวก แฉ ประเภทต่างๆโดยเฉพาะหนังสือของสำนักพิมพ์กิ๊กกะจิ๊บ แนนนี่มีความสามารถพิเศษ คือร้องเพลงคาราโอเกะเป็นเลิศ เคยได้รางวัลจากรายการทีวีมาแล้ว จริงๆแล้ว แนนนี่เป็นคนที่มองโลกในแง่ดีมากๆจนบางที ไม่ค่อยรู้ตัวว่าคนอื่นๆคิดอย่างไร และบางครั้งติดเอาแต่ใจ เหมือนแนนนี่จะเป็นเด็กฟุ้งเฟ้อ แต่หารู้ไม่ เธอคำนวณการใช้จ่ายของตัวเองอย่างละเอียดยิบ สังเกตุได้จากการต่อรองราคาอาหาร และการขอแถมนั่นนิดนี่หน่อย เธอประหยัดทุกทาง เพื่อเก็บเงิน ไว้ช๊อปปิ้ง (แต่ตอนช๊อปปิ้งเธอเปรียบเทียบราคา ความคุ้มค่า และต่อรองแบบมืออาชีพเช่นกัน)
แม่ฝุ่น
เมื่อ ผิดหวังกับความรัก ที่จบลงด้วยการโดนพ่อฝุ่นทิ้ง จึงไร้ที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจจึงหันหน้าเข้าหาสิ่งศักดิ์สิทธฺ์ ที่สุดแม่ตั้งตนเป็นคนทรงเจ้า พยายามสำแดงฤทธิ์ ปาฏิหาร์ย ให้ฝุ่นเชื่อตามเสมอ ด้วยความที่เหตุผลและอารมณ์ของแม่ต่างจากฝุ่นโดยสิ้นเชิง ทำให้แม่กับลูกไม่ลงรอยกัน แต่ในความเป็นแม่ก็รักลูกสุดใจ แม่เป็นคนโผงผางพูดจา ขวางๆและมั่นใจในตัวเอง จนไม่ฟังใคร จนวันหนึ่งพ่อทิ้งไป และแม่โทษว่าเป็นเพราะตัวเอง ทำให้ แม่ไม่สามารถ ดูแลชีวิตตัวเองและฝุ่นได้ จนกระทั่งถึงตอนนี้ก็ตาม
อาจารย์สมศักดิ์
ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาหารอย่างแท้จริง เป็นนักวิจารณ์อาหารชื่อดังของเมืองไทย จู่ๆก็มาปรากฏกาย อย่างลึกลับที่ร้านของฝุ่น กินไป บ่นไป ตินั่น ตินี่ ใช้ศัพท์วงการอาหารหรูๆที่ฝุ่นแปลไม่ออก ติเรื่องการจัดดิสเพลย์อาหารในจาน วัตถุดิบ อุปกรณ์ วิธีเสริฟ วิธีกิน การบริการต้องได้มาตรฐานระดับภัตคารสากล ให้คะแนนโดยไม่มีใครขอ แม้จะไม่เคยพอใจอะไรซักอย่างในห้องสมุด แต่ก็เป็นลูกค้าประจำ ที่ร้านของฝุ่น ด้วยความจัดจ้านของฝีปากจึงกลายเป็นคู่ปรับกับคุณนุช (ให้ดูอาจารย์ยิ่งศักดิ์เป็นตัวอย่าง แล้วเชิญแกมาเล่นให้ได้ ^ ^ )
ลุงเกริก
นักพยากรณ์ประจำห้องสมุด ชายชราผู้ดีเก่าลึกลับ แม้กระทั่งคุณนุชก็ไม่รู้ว่าบ้านคุณลุงอยู่ไหน ดูหมอแม่นมากเวลาดูให้ฟรี ถ้าคิดตังค์เมื่อไรความแม่นหายไปเป็นมั่วทันที เป็นคนแก่ขี้น้อยใจ อีกทั้งเป็นคนธรรมะธัมโมมักนำเสนอ พุทธสุภาษิต เสมอๆ รักฝุ่นเหมือนลูกมักให้ฝุ่นยืมเงินจ่ายค่าไฟเสมอๆเป็นคู่ปรับกับแม่ของฝุ่น เพราะศรศิลป์ไม่กินกัน คุยกันไม่รู้เรื่องทั้งๆที่เชื่อเรื่องโหราศาสตร์เหมือนกัน
เจ้หงส์
เจ้าของร้านอาหารตามสั่งข้างๆ พูดไทยคำจีนคำ แต่ปรุงอาหารจัดจ้าน ประเภทตะหลิวแกว่งปากด่า ทำไปด่าไปไม่เว้นแม้แต่ลูกค้า ประกาศตัวเป็นศัตรูกับชาวห้องสมุดอย่างเปิดเผย เมื่อฝุ่นทำอาหารขายแข่งขัน
“มาร์ค”
พิธีกรหนุ่มลูกครึ่ง วัย ๒๐ ที่มีรสนิยมชอบผู้หญิงอายุเยอะกว่า ประทับใจ ห้องสมุด จนนำรายการ
ทีวีมาถ่ายทำ มาร์ค พยายามเข้าใกล้ชิด ทำให้ฝุ่นหวั่นไหว เมื่อไหร่ที่มาร์คปรากฎตัวขึ้นที่ร้าน
ฝุ่นจะมือไม้สั่น สูญเสียการเป็นตัวเอง อายม้วนต้วนมุดลงไปเขินหน้าแดงใต้เคาท์เตอร์กาแฟ
มาร์คไม่เคยแสดงท่าทีว่าชอบฝุ่นจริงจัง แต่ก็แวะ มาที่ห้องสมุดบ่อยผิดสังเกตุ แต่จริงๆมาร์คมีวัตถุประสงค์ บางอย่างที่ใครคิดไม่ถึง
ขาจร ห้องสมุด
พิ้งค์
เพื่อนสมัยเด็กของฝุ่น ที่เคยเป็นครอบครัวช่วยอุปการะฝุ่นตอนฝุ่นไปอยู่กับยาย ตอนนี้เป็นดาราชื่อดัง คอยมาช่วยประชาสัมพันธ์ และแวะมาหาฝุ่นเวลามีปัญหา
พี่โป่ง
เกย์หนุ่มผู้ค้นหารักแท้ ชอบลวนลาม แทะโลมสมาชิกห้องสมุด หนุ่มๆ เป็นที่หวาดผวาของหนุ่มๆในละแวกนั้นมี ข้อดีคือเป็นคนมีน้ำใจ อ่อนโยน แม้จะชอบร่ายบทกวีชวนอ้วกให้คนที่ไม่เคยรู้จักฟัง พี่โป่งเป็นเกย์ประเภทไม่จี๊ดจ๊าด แต่จะตาหวานเยิ้ม และกรุ้มกริ่ม เวลาพูดจาก็สุภาพแต่แฝงนัยยะ ของความปรารถนาอยู่ในที จนบางทีก็น่ากลัว
พี่บลู
อดีตนายแบบตกกระป๋อง เป็นที่หมายปองของพี่โป่ง
มักถูกผู้หญิงหักอกอยู่เสมอเพราะคิดว่าเป็นคู่เกย์ของพี่โป่ง
เยลลี่
เด็กหญิงแสบประจำซอย ถ้าไม่ได้ไปโรงเรียน แม่จะ เอาสตางค์ยัดใส่มือ แล้วมาปล่อยไว้ที่ห้องสมุด เยลลี่เป็นนักชิมขอชิมทุกอย่าง ในร้านที่ มีใครเปิดโอกาสให้ชิม และเป็นนักสอดแทรกการสนทนา ด้วยคำว่า “ขอโทษนะคะ กรณีนี้เยลลี่คิดว่า……”
หมอหนึ่ง
นักเรียนหมอ ใฝ่ฝันอยากเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ แต่ถูกที่บ้านบังคับให้เรียนหมอ พูดน้อย
ขี้อายแอบชอบฝุ่นมักจะมานั่งคิดพลอตหนังที่ห้องสมุด และชอบชักชวนให้ฝุ่นฟังพลอตหนัง
(ที่ไม่ได้เรื่อง)ของตัวเอง เป็นมนุษย์มุมห้อง คือชอบไปแอบนั่งในหลืบ ที่ไม่มีใครสังเกตุเห็น แล้วนานๆจะพูดอะไร ที่ฉลาดๆออกมาสักครั้งให้คนได้คิด คนนี้คือคนที่สั่งอะไรก็ไม่เคยได้กิน เพราะใครๆก็ลืมว่ามีเขาอยู่ในร้านด้วยเสมอ
คุณอาคม
คนดูแลตึกที่ฝุ่นเช่า เจ้าของแผงจาตุคามที่ใหญ่ที่สุดในย่านนั้น พยายาม หาคนมาเช่าตึกแทนฝุ่น
ตลอดเพราะคิดว่าฝุ่นคงไปไม่รอด และขี้เกียจคอยเก็บค่าเช่า รายวัน เวลาฝุ่นไม่มีค่าเช่า
ยามอ้วน
ลูกน้องผู้ซื่อสัตย์ของคุณอาคม มีอาชีพเป็นยามแต่มักทำตัวเป็นครูฝ่ายปกครอง ชอบเดินตรวจตรา และช่วยโบกรถ และคอยจับผิดห้องสมุด
เรื่องย่อ ห้องสมุดหรรษาเฮฮาบุ๊คการ์เด้น
ตอนที่ ๑
เปิด BOOK GARDEN
ฝุ่นตกอยู่ใน ในภาวะวิกฤต เพราะกำลังจะโดนไล่ออกจากหอพัก มหาวิทยาลัยเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า
ฝุ่นอำลาเพื่อนฝูงอย่างฉุกละหุก และบอกใครๆว่า จะเลิกเรียน ฝุ่นย้ายไปอยู่หอพักเล็กๆเก่าๆ เริ่มอาชีพเด็กเสริฟ เต็มเวลา เธอบอกตัวเองว่าถึงเวลาเผชิญ หน้ากับโลก แบบจะจะ ด้วย หยาดเหงื่อและแรงกาย เธอเขียนความใฝ่ฝันทั้งหมด ใส่กระดาษใส่ตลับจาตุคามและห้อยคอไว้เหมือนเป็นเครื่องรางของชีวิต
สามปีต่อมา ฝุ่นทำงานเป็นผู้ช่วยดีไซน์เนอร์ และมีงานรับจ้างเขียนบทความ ให้กับนิตยสาร และมีเพื่อนชายใกล้ชิดชื่อนัท ที่รู้จักกันทางอินเตอร์เน็ต เป็นวิศวกรทำงาน ที่จังหวัดระยอง
วันหนึ่งขณะ ที่ฝุ่นกำลังเดินอยู่ริมถนนเพื่อหาร้านขายของเก่า ร้านหนึ่ง เธอก็ไปพบ ร้านหนังสือ เก่าชื่อเม้งบุ๊ค ติดป้ายให้เซ้ง ด่วน ราคาถูก ฝุ่นพูดคุยกับเจ้าของร้านที่ชื่อเฮียเม้ง ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นคนรักหนังสือ อุดมการณ์เดียวกัน ฝุ่นลาออกจากงานและเซ้งร้านทันที นัททำงานที่ระยอง และกลับมาช่วยไม่ได้ ฝุ่นตามจู้มาช่วย เพราะไม่เห็นใคร ที่สามารถจะช่วยและว่างเท่าจู้ จู้มาช่วยฝุ่นอย่างเต็มใจ เพราะกำลังโดนพ่อกับแม่เลี้ยงไล่ตะเพิดออกจากบ้าน ฝีมือทางช่างของจู้ช่วยฝุ่นได้มากในตกแต่งร้าน และปรับปรุงสิ่งต่างๆ ฝุ่นมีไอเดียในการแต่งร้านแปลกๆ แต่จู้ยอมรับและยกนิ้วให้
แม่ของฝุ่นมาอยู่เป็นเพื่อน แต่เมื่อมาถึงแม่กลับไม่ยอมอยู่เพราะบ้านนี้มีวิญญาณร้าย แม่บอกกับฝุ่นว่าถ้าไม่ยอมให้ทำพิธีก่อน จะไม่ย้ายมาอยู่ด้วยเด็ดขาด ฝุ่นเหนื่อยใจกับเรื่องทรงเจ้าเข้าผีและวิญญาณร้าย จึงประกาศห้าม ไม่ให้แม่มาทำอะไรแบบนี้ที่ร้าน แม่จึงงอนกลับไป
ในที่สุด ฝุ่นก็เปิดร้านสำเร็จ แต่ บรรดาผู้ที่เข้าร้าน ในวันเปิดกลับไม่ใช่ลูกค้า แต่เป็นเจ้าหนี้ที่ทยอยกันมาทวงหนี้ทั้งสำนักพิมพ์ ที่มาทวงค่าหนังสือที่ เฮียเม้งค้างไว้ ทำให้หน้าร้านฝุ่นดูเอะอะวุ่นวาย คุณนุช ซึ่งพอดีอยู่ละแวกนั้น เห็นว่า กำลังมีเรื่องมีราวไม่ปกติเกิดขึ้น ก็เข้ามาสอดแนมทันที เมื่อฝุ่นเจรจากับเจ้าหนี้ต่างๆเรียบร้อย คุณนุชจึงรีบแนะนำตัว และเสนอให้คำปรึกษาช่วยกันหาทางออก
กู้เงิน
ทุกคนช่วยกันคิดหาทางออก จู้เสนอให้ปรับปรุงร้าน ให้มีกาแฟ และมีที่นั่งอ่านหนังสือ คุณนุชก็เห็นด้วย แต่ฝุ่นไม่มีเงินเหลือพออีกแล้ว จึงตัดสินใจให้จู้พาไปกู้เงิน จู้พาฝุ่นไปพบกับ “เก๋ง” มาเฟียขาใหญ่ที่จู้รู้จัก
เก๋ง ซักไซ้ไล่เลียง กวนโอ้ย จนฝุ่น เหลือทนเลยวีนกลับ ฝุ่นทะเลาะกับเก๋งผู้ที่จะให้กู้เงินเสียแล้ว จนจู้ คิดว่าวันนี้คงไม่ได้กลับไปโดยดี แต่ผิดคาด เพราะในท้ายที่สุดก่อน ฝุ่นจะกลับ เก๋งก็ให้กู้เงินโดยดี
เก๋งเตือนฝุ่นเรื่องดอกเบี้ย ว่าอย่าขาดส่ง ไม่ฉะนั้นอาจต้องเสียใจ
นับตั้งแต่วันนั้น คุณนุชก็เป็นขาประจำที่ร้าน มาที่ร้านทุกวันเพื่อคอยช่วยเหลือและพูดคุยกับฝุ่น คุณนุช แนะนำคุณนิรันดร์ ให้มาขาย เครื่องชงกาแฟและเมล็ดกาแฟ ให้แก่ฝุ่น คุณนิรันดร์ เข้ามาแนะนำเครื่องชงกาแฟรุ่นต่างๆ คุณนิรันดร์ กำลังเป็นชายที่กำลังจะไม่หนุ่ม ที่พยายามเต็มที่ที่จะหาผู้หญิงที่ถูกใจ และปั๊มลูกออกมาให้ได้ก่อนที่แกจะสี่สิบ ในสี่ปีข้างหน้า จึงไม่แปลกที่คุณนิรันดร์จะหวังผลแบบสองต่อขายกาแฟและขายขนมจีบ ไปด้วย
ก่อนเปิดร้านกาแฟ นุ่น สาวสวย บ้านอยู่ในซอยใกล้ๆเดินผ่านมาหน้าร้านฝุ่น และแวะเข้าเยี่ยมชมร้าน ฝุ่นและจู้ก็กำลัง จัดโต๊ะ โดยมีคุณนุชวิจารณ์อยู่ข้างๆ ไม่มีใครสนใจนุ่นเพราะในร้าน กำลังทุ่มเถียงกันเรื่องจัดวางโต๊ะ ไม่มีใครสนใจนุ่น นุ่นเห็นฝุ่นแล้วรู้สึกคุ้นหน้า แต่นึกไม่ออก ว่าเคยเห็นที่ไหน จนกลับมาถึงบ้าน ที่อยู่กันสองคนกับโอ๊คพี่ชาย จึงได้เห็นรูปคู่ที่โอ๊คถ่ายตั้งไว้ในห้อง เป็นรูปฝุ่นกับโอ๊ค นุ่นจึงรีบบอกโอ๊ค โอ๊คเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่บอกว่า พรุ่งนี้จะแวะไปดู
เปิดร้านกาแฟ วันแรก
คุณนิรันดร์ นำเครื่องกาแฟมาส่งและกำลังสอนฝุ่นใช้เครื่องชงกาแฟ แม่ฝุ่นก็พยายามจะทำพิธีไล่วิญญาณร้าย โดยมีคุณนุชลูกค้าคนสนิท เจ้ากี้เจ้าการช่วยเหลือ ขณะที่แม่กำลังสวดบทจัดพิธีไล่วิญญาณร้าย และอัญเชิญ เทพยาดามาปกปักรักษาร้าน
โอ๊ค (หนุ่มแสนดีเพื่อนสนิทกิ๊กเก่าสมัยวัยรุ่น) ก็เปิดประตูร้านเข้ามาพอดี และอุทานด้วยเสียงอันดังว่า
“ ฝุ่น เธอมาทำอะไรที่ร้านอาถรรพ์นี่ ” เมื่อฝุ่นพบกับโอ๊ค ก็แสนประหลาดใจและดีใจจนแทบจะเลิกสนใจ
เรื่องชงกาแฟ และอยากจะเชิญคุณนิรันดร์ ไปให้พ้นๆจากร้าน
หมอหนึ่งลูกค้าผู้โชคร้ายเข้าร้านสั่งกาแฟแก้วแรก ฝุ่นต้องเริ่มทำกาแฟแก้วแรกในชีวิตโดยมีคุณนิรันดร์คอยเจ๊าะแจ๊ะอยู่ข้างๆ อีกด้านแม่ฝุ่นและคุณนุช เริ่มสนทนาปราศัยกับโอ๊ค โอ๊คแนะนำตัวเองว่า “ผมโอ๊คแฟนฝุ่นครับ” แม่กับคุณนุชแสนจะงง เพราะใครๆก็รู้ว่าแฟนฝุ่นคือนัท ทุกคนในร้านหันไปมองหน้าฝุ่น ฝุ่นโบกไม้โบกมือบอกว่าไม่ใช่ไม่ใช่ แล้วถลึงตาใส่โอ๊คว่าอย่ามั่ว ท่ามกลางความเงียบที่งงๆของคนในร้าน นัท หอบดอกไม้ช่อใหญ่เข้ามาในร้าน และ เจอกับโอ๊ค ซึ่งกำลังจะแนะนำตัวเองกับนัทว่า
“ผมโอ๊คแฟนฝุ่นครับ” (พระเจ้าช่วย ...) แต่โชคยังดีที่นัทได้ยิน เป็น ว่า “ผมโอ๊ค แฟนฝุ่นใช่ไหมครับ? “
จึงพยักหน้ารับว่า “ครับ เป็นแฟนฝุ่นครับ” แล้วทั้งคู่สนทนากันอย่างถูกคอ จากนั้นเก๋งก็พาลูกน้องมาเก็บดอกและกินฟรีในวันเปิดร้าน หมอหนึ่ง เริ่มเศร้าเมื่อ สั่งกาแฟเป็นแก้วแรกที่ไม่มีใครสนใจทำให้
ฝุ่นจะต้องหาทางหยุดโอ๊คไม่ให้สมอ้างว่าเป็นแฟนฝุ่น ก่อนที่ นัทจะต้องเสียใจ
การเปิด ดำเนินการเต็มรูปแบบของบุ๊คการ์เด้น จะลงเอย ด้วยประการใด กันละนี่.......
ตอนที่ ๒
คู่แข่งถล่ม
เมื่อฝุ่นเปิดร้านได้เพียงอาทิตย์เดียวก็มีร้านหนังสือมาเปิดฝั่งตรงข้าม เป็นร้านเฟรนไชนส์ขนาดใหญ่
ฝุ่นโดนสายส่งปฏิเสธการส่งหนังสือใหม่ๆมาให้ เพราะหนี้เก่ายังเคลียร์ไม่หมด ทุกเช้าเก๋งและลูกน้องก็จะแวะมาเยี่ยม เพื่อทวงเงินอีกด้วย ทำให้ฝุ่นกลุ้มหนัก ( จริงๆแล้วเก๋ง อยากมาหาฝุ่น)
โอ๊ค แวะมาเยี่ยมเห็นอาการแล้ว ดูท่าจะไม่รอดทั้งร้านและเจ้าของร้าน ขณะนั่งปรึกษาหาทางออกอยู่นั้น
ลุงเกริก
ลุงเกริก ชายแก่แปลกหน้าก็เข้ามาในร้าน ถามนู่นถามนี่ด้วยท่าทางผู้ดีเก่า สั่งกาแฟ แล้วนั่งสอดส่ายสายตามองความเคลื่อนไหวในร้าน
โอ๊ค เข้าไปสนทนาตามประสาผู้มีมนุษย์สัมพันธ์เป็นเลิศ จากนั้นลุงเกริกก็ทำนายทายทักพื้นดวงของ โอ๊ค ซี่งแม่นยำเหลือเชื่อจน โอ๊คอุทานว่าลุงดูแม่นเหลือหลาย คุณนุชและ จู้พอรู้ว่าเป็นเรื่องดูหมอ ก็วิ่งปรู้ดจากโต๊ะมาแจมทันที แล้วลุงเกริกเริ่มพูดถึงเคราะห์ของโอ๊ค ว่าวันนี้มีเคราะห์ร้ายต้องประสบเหตุเจ็บตัว พอดีแม่ฝุ่นลงมาจากข้างบนร้าน พร้อมขันน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่จะเริ่มทำพิธีสร้างสิริมงคล ฝุ่นเบื่อหน่ายเหลือทน จึงคว้าไม่ถูพื้น ออกไปถูหน้าร้าน
ด้านในร้าน ลุงเกริกกับแม่ของฝุ่นเริ่มเปิดวิวาทะ กันยกใหญ่ เพราะลุงเกริก บอกว่าทำพิธี ต่างๆนานาให้ร้านร่ำรวยมันใช้ไม่ได้ผล เพราะ ราศีของที่นี่ไม่ใช่ร้านค้าที่นี่ต้องทำสาธารณะประโยชน์ถึงจะเจริญ
โอ๊ค ได้ยินที่ลุงเกริกพูด ได้ไอเดียบรรเจิดเกิดพุทธิปัญญา เผ่นโผนกระโจนด้วยอาการลิงโลดไปสู่ หน้าร้านที่เป็นพื้นกระเบื้องเจิ่งนองไปด้วยน้ำผสมผงซักฟอก เพราะฝุ่นกำลังล้างพื้นด้วยความกลุ้มอกกลุ้มใจ โอ๊คเหยียบพื้นกลื่น ไถล ไหล่หลุด ท่ามกลางความตกอกตกใจ ของคนในบุ๊คการ์เด้น ระหว่างนอนหงายแก๋งรอความช่วยเหลือ โอ๊ค บอกกับฝุ่น ถึงไอเดียที่ค้นพบ “ต้องเป็นที่สาธารณะ ต้องเป็นชุมชน เป็นที่รวมของคน ต้องเป็นห้องสมุด”
ห้องสมุดชุมชน
แล้วโอ๊คก็ไหล่หลุดตามคำพยากรณ์ คนในร้านแทบยกย่องเชิดชูลุงเกริกให้เป็นศาสดาพยากรณ์แต่ลุงเกริกหายหัวไปเลย ไม่ปรากฏเบาะแสให้ใครพบ ฝุ่นเปิดร้านเป็นห้องสมุดชุมชน ขึ้นป้าย อ่านหนังสือฟรี โอ๊คเข้ามาช่วย จัดร้าน ให้น่ารักขึ้นเป็นกอง โอ๊คกระเซ้าเย้าแหย่ทำให้ฝุ่นอารมณ์ดีได้เรื่อยๆ แต่หากนัทโทรมาฝุ่นจะเริงร่าเป็นพิเศษ แต่โอ๊คจะหงอยลงไป ผู้คนเริ่ม เข้ามานั่งอ่านหนังสือ นั่งเล่น คึกคัก
ฝุ่นเพิ่มรายได้ ด้วยการทำอาหารขายและรับคนงาน พม่าเพิ่มอีกหนึ่งคน ชื่อแก้ว ที่มีคุณนุชคอยกำกับ ถึงท้ายครัว
สมาชิก ขาประจำเริ่มแสดงตัวออกมา ตั้งแต่ พี่โป่ง แอ๊บเกย์หนุ่มใหญ่ ที่ออกอาการอินไปกับทุกเรื่อง และชอบร่ายบทกวี ให้คู่สนทนาฟังเนืองๆ อีกคนหมอหนุ่ม นักเรียนหมอที่อยากเป็นศิลปิน ชอบมานั่งเป็นมนุษย์มุมห้อง
และน้องเยลลี่ ลูกร้านสปาตรงข้าม ผู้ออดอ้อน และขอชิมทุกอย่าง ตลอดเวลา
ขณะห้องสมุดกำลังไปได้ดี ความสัมพันธ์ แบบเพื่อนที่แสนดีของโอ๊คกับฝุ่น ก็ค่อยๆก่อตัวขึ้น
ขณะเดียวกัน นัทแฟนของฝุ่น กำลังเริ่มคิด ขอฝุ่นแต่งงาน
ท้ายที่สุด ของตอนนี้ก็เป็นว่า ฝุ่นได้ห้องสมุดอย่างที่หวัง และ ชุมชนเล็กๆของฝุ่นได้เกิดขึ้นแล้ว
- 229 reads
Post new comment