ฝนเม็ดเล็กๆ พร่างพรูสู่ผืนดินแตกระแหงแห้งแล้ง ให้กลับชุ่มชื้นคืนชีวิตขึ้นใหม่ ต้นข้าวน้อยๆที่เคยแห้งตายเพราะขาดน้ำ ผุดยอดอ่อนชูช่อไสวเหนือผิวดินชุ่มฉ่ำ

 

ภาพชายชราผู้กรำแล้งกร้านแดดมาเป็นเวลานาน รอฝนแรกของฤดูที่ไม่รู้จะมาถึงเมื่อไหร่ ยกมือท่วมหัว น้ำตาไหลอาบสองข้างแก้ม ประนมก้มกราบพ่ออยู่หัวของแผ่นดิน ที่ทรงพระราชทาน “ฝนหลวง” มาสู่ผืนนาอันแห้งแล้งของแก หากไม่มีฝนหลวงครานี้ ไม่รู้ว่าอีกกี่ปี แกจะโงหัวขึ้นได้จากหนี้ ธกส.

 

จากเรื่องราวของชาวนาผู้ยากไร้ และผืนนาที่ยากแล้ง ทำให้ฉันซาบซึ้งถึงน้ำพระทัยของพระองค์ ความทุกข์ของราษฎรดูจะเป็นเสมือนหนึ่งเป็นความทุกข์ของพระองค์ พระองค์รู้จักผืนแผ่นดินทุกตารางนิ้วของสยามประเทศ พระองค์มองเห็นความทุกข์ของราษฎรราวกับเป็นความทุกข์ของพระองค์เอง

 

ราษฎรทุกผู้คน ต่างซาบซึ้ง และตระหนักในพระมหากรุณาธิคุณ อันใหญ่หลวงของพระองค์ ที่แสดงถึงพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้น ด้วยพระเมตตา และทรงใช้พระอัจฉริยภาพ ในด้านต่าง ๆ พระราชทานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อประโยชน์สุข แก่ทุกชีวิตในประเทศไทยตลอดมา ซึ่งล้วนเป็นโครงการที่จะยังความผาสุขแก่ประชาชนอย่างแท้จริง

 

ก้อนดินเล็กๆอย่างฉัน ก่อนหน้านี้มีชีวิตอยู่ไปวันๆ เพื่อตัวเอง ไม่เคยมองเห็นสิ่งใดนอกจากความทุกข์ของตัวเอง แต่เมื่อได้รับรู้ว่าพ่อของแผ่นดินท่านเหนื่อยเพียงใด เพียงเพื่ออยากให้ประชาชนของพระองค์มีความสุข พระองค์ท่านสละเวลาทั้งชีวิตเพื่อประชาชนได้ พระองค์ทำให้ฉันอยากมองเห็นคนอื่นนอกจากตัวเอง พระองค์ทำให้ฉันอยากเป็นคนดีเพื่อผู้อื่น

 

ฉันเคยสงสัยว่า... ถ้าเราเป็นคนดี คนอื่นจะเป็นคนดีเหมือนเราหรือเปล่า.......

 

แล้วคนดีแค่คนเดียว จะมีแรงพลังไปสร้างสังคมให้ดีได้หรือเปล่า………

 

ถ้ามันยากนัก อย่าเป็นมันซะเลยดีไหม ไอ้คนดีเนี่ย ไม่นานนัก ความสงสัยของฉันก็ถูกคลี่คลาย

 

“คนดีทำให้คนอื่นดีได้ หมายความว่าคนดี ทำให้เกิดความดีในสังคม คนอื่นก็ดีไปด้วย

 

ความเลวนั้นจะทำให้คนดีเป็นคนเลวก็ยาก แต่เป็นไปได้

 

ถ้าคนดีเข้มแข็งในความดี จะทำให้คนเลวมาทำให้คนดีมาเป็นคนเลวยาก

 

สำคัญอยู่ที่ความเข้มแข็งของคนดี....”

 

จากพระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆที่เข้าเฝ้าฯ

 

ถวายชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันพุธที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๙