“ถ่ายทอด สืบสาน ประเพณีกาดหลู่”
วันนี้ชาวบ้านบอก
กับเราว่าเป็นวันแรกของฤดูหนาวที่นี่ ลมหนาวหอบเอากลิ่นข้าวดอยโชยมาอ่อนๆ
แต่ละบ้านตระเตรียมสำรับคับค้อนกันตั้งแต่ย่ำรุ่งเพื่อนำไปร่วมงานบุญที่จะ
มีมาถึง “กาดหลู่” ประเพณีที่สืบทอดกันมาแต่นานนมของชาวเมืองปาย
เราหาความหมายของกาดหลู่จากกูเกิล แต่ยังไม่ปักใจเชื่อโลกไซเบอร์100%
วันก่อนจึงขี่จักรยานไปหาสอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านด้วยตัวเอง
ผลจากการสอบถาม ชาวบ้านให้ข้อมูลตรงกันหลายคน
และข้อมูลก็ใกล้เคียงกับที่เราหาเจอในกูเกิลเช่นกัน สรุปอย่างย่อๆคือ
กาดหลู่ ก็คือตลาดนัดก่อนวันออกพรรษาประจำปีนั่นเอง
สืบเนื่องจากสมัยโบราณนั้น การเดินทางคมนาคมไม่สะดวก ร้านค้าต่างๆมีน้อย
ถึงมีก็ไม่ค่อยมีของขาย
ชาวบ้านแต่ละบ้านจึงนำของที่จะเตรียมใช้ในวันออกพรรษามาขายกัน เช่น
บ้านโอเปิ้ลทำโคมก็เอาโคมมาขาย บ้านแนนนี่ทำเทียนก็เอาเทียนมาขาย
บ้านก๊อกกี้ปลูกกล้วยก็เอากล้วยมาขาย แม่กระต่ายเลี้ยงกระต่าย
ก็เอาห่อหมกกระต่ายมาขาย ฯลฯ เวลาที่ผู้ใหญ่ขายของ
เด็กๆไม่รู้จะทำอะไรก็ไปรวมกลุ่มเล่นกัน ร้องรำทำเพลง ว่ากันไป
(ซึ่งปัจจุบันก็ถูกพัฒนามาเป็นเวทีการแสดงต่างๆ)
อีกหนึ่งพิธีกรรมที่
สำคัญคือการแห่จอมพารา
จอมพาราเป็นปราสาทเล็กๆที่ชาวบ้านจะช่วยกันสร้างแล้วแห่ไปรอบๆเมือง
ความหมายของพิธีกรรมนี้คือการแสดงถึงการเสด็จมาเยือนขององค์พระสัมมาสัมพุทธ
เจ้า ชาวพุทธต้องการต้อนรับพระองค์จึงแสดงออกด้วยการแห่จอมพารา
ขบวนแห่ก็จะประกอบไปด้วยชาวบ้านที่นุ่งห่มด้วยเสื้อผ้าพื้นเมือง
เป็นศิลปะแบบไทยใหญ่
ของกินที่เราเห็นในงานบางอย่างหากินยากจริงๆเพราะคนที่ทำเป็นก็ไปทำให้
พระอินทร์กินบนสวรรค์กันหมดแล้ว ปัจจุบัน
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้เขามาสนับสนุนงานประเพณีกาดหลู่
หน้าตาของกาดหลู่ในวันนี้จึงเปลี่ยนแปลงไป เพราะมันใหญ่ขึ้น คนเยอะขึ้น
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงก็นำมาทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อดี
คือมีคนสืบสานประเพณีนี้ไม่ให้สูญหาย
ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยว
ผุ้คนจากทั่วทุกมุมโลกได้รู้จักประเพณประจำเมืองปาย
ในขณะเดียวกันก็มีข้อเสีย คือพอกาดหลู่โกอินเตอร์ปุ๊บ
เหล้าและเบียร์ในคืนนั้นก็วางขายกันเกร่อ
แทนที่ชาวบ้านจะได้รายได้จากการเอาของพื้นเมืองมาขาย เขาก็มองกันว่า
ขายเบียร์ดีกว่า กำไรดีกว่า ง่ายอีกต่างหาก แค่มีกระติกน้ำแข็ง โต๊ะตัวนึง
ไม่ต้องลงแรงอะไรมากมาย ส่วนอาหารพื้นเมืองในวันนี้ก็มีอยู่ไม่กี่เจ้า
ถึงขนาดคนในเมืองปายเอ่ยว่า
งานกาดหลู่คืองานเบียร์การ์เด้นและลูกชิ้นเฟสติเวิ่ล
เพราะลูกชิ้นมันง่ายไง ไม่ต้องตระเตรียมอะไร เสียบไม้ย่าง ทำน้ำจิ้มราด
ขายง่ายด้วย ใครไม่รู้จะทำอะไรก็ขายลูกชิ้นปิ้งนี่แหล่ะเจ้าค่ะ
อีกปัญหาใหญ่ที่ตามมาคือเรื่องของขยะ แต่เอานะ ปัญหาที่เกิดขึ้น
เป็นเรื่องที่จะต้องช่วยกันแก้ไขในปีถัดไป
ไม่ใช่ได้แต่มาเที่ยวแล้วช่วยกันติ
สีสันอีกอย่างที่เป็นเสน่ห์ของงานคือ การออกร้านของชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน
ปาโป่ง โยนห่วง และการละเล่นสะบ้า
ในวันงานเราจะเห็นชาวบ้านครื้นเครงกันเป็นพิเศษ
ตอนเดินเข้าไปในโซนของร้านยิงปืนเราแอบเห็นการเกี้ยวพาราสีของวันรุ่นภูธร
อันจัดเป็นฉากคลาสสิคในหนังไทยหลายๆเรื่อง
ฝ่ายผู้บ่าวอยากจะได้ตุ๊กตาในร้านยิงปืนมากำนัลแด่ผู้สาว
หรือสองหนุ่มเพื่อนซี้ที่แย่งกันจีบสาวด้วยการพนันโยนห่วง
ใครชนะได้มีโอกาสจีบก่อน วู้วส์ พูดแล้วขนลุก ชักอยากถูกจีบกับเขามั่ง
ปล.1 โอเปิ้ลได้เที่ยวงานกาดหลู่เพียงคืนเดียว เพราะไข้จับ รุ่งขึ้นปรากฎตัวที่โรงพยาบาลปาย
ปล.2 ชาวบ้านบอกว่า ใครที่ป่วยวันงานบุญเขาว่าอีนั่นเป็นผี แต่ถ้าหายป่วย ก็จะโชคดี -*-
- 352 reads