update : อัพเดทชีวิตที่ปาย 6 ตอน ปาย มองอย่างผู้มาอยู่

22 สิงหาคม 2551

เล่าเรื่อง ตลกๆของเพื่อนมาสองสามตอนติดกันแล้ว อยากจะพาคนอ่านมารู้จักเมืองปายอย่างคร่าวๆกันสักนิด ปายเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เดินทางมายังไง เดี๋ยวจะให้เบอร์การท่องเที่ยวไว้ แล้วโทรไปถามกันเอง (หรือจะเอาเบอร์มือถือนายอำเภอปายดีนะ) .. (อ่านต่อ)

ใน ฤดูหนาว นักท่องเที่ยวจะเยอะมาก เมืองทั้งเมืองจะคึกคัก อาหารการกินไม่มีขาด ร้านรวงต่างๆเปิดบริการเต็มที่ เป็นที่รู้กันดีว่าช่วงไฮซีซั่นเป็นยุคเรอเนซองค์ของเมืองท่องเที่ยวทุกแห่ง แต่หากใครได้มาเยือนปายในช่วงโล ก็จะมีความประทับใจกันไปอีกแบบ

สำหรับปายในเดือนสิงหาคม ฝนตกทุกวัน ฉันต้องสระผมแทบทุกวัน เสื้อสีขาวจะเปื้อนดินโคลนที่เกิดจากการขี่จักรยานเป็นจุดๆด้านหลังทุกตัว ใส่รองเท้าแตะตลอด หากมีผ้าพันคอก็จะได้เอาคลุมหัวทั้งวันเวลาไปไหนมาไหน ราวกับสาวอิสรเอล พ่อค้าแม่ค้ายิ้มแห้งๆเพราะขายไม่ค่อยดี แต่สำหรับคนที่ถวิลหาความเงียบสงบ อยากพักผ่อน อยากชมภาพวิถีชีวิตคนเมืองปายจริงๆ ฉันแนะนำว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ดีที่สุด คุณจะเห็นทุ่งนาเขียวชอุ่มเต็มไปด้วยความสมบูรณ์ เมืองมันจะคล้ายๆกับอารมณ์คนอกหัก เดินเรื่อยเปื่อยท่ามกลางฝนพรำ หากจะนั่งทอดหุ่ยจิบกาแฟในร้านเก๋ซ์ๆ คุณอาจติดอยู่ในร้านเป็นชั่วโมง เพราะคาดหวังให้ฝนหยุดแล้วค่อยออกเดินทางต่อ ซึ่งจริงๆมันก็จะให้ความรู้สึกสงบอย่างประหลาด แตกต่างไปจากทัวร์แวะฉี่หรือถ่ายรูปกับป้ายสถานที่เท่านั้น

ฉัน ในเวลานี้ ได้เห็นชาวบ้านช่วยกันสร้างฝายเพื่อป้องกันการกัดเซาะตลิ่งของกระแสน้ำ ยามถึงหน้าน้ำหลาก เห็นชาวเขากระเตงลูกผูกผ้าคะม้าสะพายหลังไปทำไร่ไถนา เห็นข้าวดอยอวดช่ออ่อนๆรอวันออกรวง ที่สำคัญคือการได้เห็นธรรมชาติมันมีวันฟื้นตัวด้วยตัวของมันเอง

บางคนอาจสงสัยว่า คนพื้นที่ที่นี่ทำมาหากินอะไรกัน สำหรับชาวเขาเผ่าต่างๆ ก็จะทำการเกษตร ผู้หญิงก็ปักผ้า ทอผ้า เย็บรองเท้า มีทั้งที่สำหรับใช้เองและเอามาขายในเมือง ส่วนชาวบ้านทั่วไป เป็นข้าราชการก็มี หมอ ครู ทหารบางคนก้เป็นคนอำเภอปายแต่กำเนิด บางคนเกิดที่อื่นแล้วมาโตที่นี่ คนอีกกลุ่มที่มีจำนวนไม่น้อยในอำเภอคือ คนกลุ่มที่ทำธุรกิจเกสต์เฮาส์ จากการเดินสำรวจ พบว่าเป็นคนกรุงเทพฯและเชียงใหม่เป็นส่วนมาก ผู้คนเหล่านี้ครึ่งหนึ่งเกิดจากเป็นนักท่องเที่ยวมาก่อน มาอยู่เมืองปายเป็นเดือนๆในตอนแรก จนหลงใหลถอนตัวไม่ขึ้น ก็กลับบ้านไปหอบเงินมาซื้อที่เล็กๆ พอสร้างห้องนอนห้องน้ำไว้สักหกเจ็ดห้อง เปิดไว้ต้อนรับเพื่อนฝูงญาติพี่น้อง นานไปก็กลายเป็นธุรกิจ น่าชื่นใจที่คนกลุ่มนี้มักมีจิตสำนึกที่ดี เขาจะรู้สึกรักและหวงแหนปาย อยากให้ปายมีการเติบโตที่พอดี จะทำอะไรก็คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพื้นที่เป็นหลัก ต่างกับบางกลุ่ม(ซึ่งมีไม่น้อยเช่นกันในเมืองปาย) ก่อสร้างอาคารที่ไม่เข้ากับท้องถิ่น ไม่ปลอดภัย และไม่ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ของเมืองนี้และเมืองไหนๆในโลกที่ไม่มีวันแก้ไขได้ เพราะมันอยู่ที่จิตสำนึก+กฎหมายที่จริงจัง ไม่เลือกปฎิบัติ

บางบ้านจะปล่อยพื้นที่ให้นักธุรกิจเช่า ซึ่งบางคนก็ไม่มีความรู้อะไร รู้แต่ว่าเขาให้ค่าเช่าเท่าไหร่ แต่ไม่คำนึงว่าเขาเช่าไปทำอะไร เช่าที่ไปสร้างผับ สร้างบาร์ หรือใช้เป็นสถานที่ฟอกเงินผิดกฎหมายหรือเปล่า บาร์เหล้าบางแห่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัด บางแห่งใกล้กับโรงเรียน และบางแห่งก็ติดกับชุมชนจนถูกชาวบ้านร้องเรียนบ่อยๆก็มี นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราได้ยินกระแสเงียบๆมาว่า…ปาย…เปลี่ยนไป เขียนแบบนี้บางคนอ่านแล้วไม่อยากมาเที่ยว อยากจะบอกว่ามาเถอะ มาดูแล มาช่วยกันเยียวยาปาย ก่อนที่จะสายเกินแก้ บางทีคุณอาจเป็นกระบอกเสียงเล็กๆที่ทำให้ความถูกต้องเกิดขึ้นได้เช่นกัน