update : อัพเดทชีวิตที่ปาย 4 ตอน อามัน เอามัน

Opel's picture

อัพเดทชีวิตที่ปาย 4 : ตอน อามัน เอามัน

14 สิงหาคม 2551

 

ข้อดี ของการเดินทางไปต่างถิ่นอย่างหนึ่งก็คือ การได้พบเพื่อนใหม่ ซึ่งเราอาจไม่รู้หรอกว่า ในเวลาต่อมา เพื่อนใหม่คนนั้น จะผูกพันกันจนเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนแท้หรือเปล่า.. (อ่านต่อ)

“อา มัน” หนุ่มลูกครึ่งไทย+อินเดียเดินทางจากกรุงเทพฯมาสู่ปายเพียงลำพัง เราสบตากันครั้งแรกที่เกสต์เฮาส์หลับฝันดี แรกทีเดียวฉันเข้าใจว่าอามันคือชาวต่างชาติ จึงทักไปด้วยประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงตอแหลสุดๆในชีวิต ปรากฎว่าอามันหันมายกมือสวัสดีโค้งให้ด้วยอย่างสวยงามพร้อมกับพูดว่า “สวัสดีครับ พูดไทยได้ครับ ผมเป็นคนไทย”

เรา กับตุ๊กตากรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ คนไทยได้ไง นี่มันฝรั่งชัดๆ แล้วทำไมพูดไทยชัดแจ๋ว มารยาทก็งามกว่าเราสองคนซึ่งเป็นผู้หญิงเสียอีก อามันอธิบายเป็นภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำให้เราสองคนฟังถึงที่มาชาติกำเนิดของตัว เองคร่าวๆ(ซึ่งเราจำได้ไม่หมดเพราะเริ่มเมา) ความน่ารักของอามันเริ่มต้นด้วยการไปซื้อเบียร์มาสมทบ แล้วนับแต่คืนนั้นเป็นต้นมา เราก็ตั้งวงกันทุกคืน จนกระทั่งวันที่ตุ๊กตาขอแยกทางไปเชียงใหม่ ฉันเสนอแชร์ค่าห้องกับอามันคนละครึ่ง ก่อนหน้าก็กลัวๆกล้าๆ นึกในใจว่า ไอ้หนุ่มลูกครึ่งอินเดียนี่มันจะเข้าใจว่าเราเป็นผู้หญิงแบบไหนกันนะ รู้จักกันแค่คืนสองคืนก็มาชวนร่วมเตียงเคียงหมอน แต่ทำไงได้ อยากนอนที่หลับฝันดี แต่ก็แพงเกินไปสำหรับการอยู่ที่นี่แบบไม่มีกำหนด แต่พอยื่นข้อเสนอออกไป อามันตาลุกวาว ตอบตกลงทันทีแบบไม่ต้องคิด สารภาพว่าฉันแอบคิดเล่นๆในใจ หากคืนไหนอามันพลาดพลั้ง หรือฉันพลั้งพลาด ลูกคงออกมาน่ารักพิลึก ผิวสีเข้มแบบคนอินเดีย จมูกโด่งเป็นสัน ขนตายาวงอนเด้ง หรือ… เอ๊ะ แล้วตูจะคิดทำไม

สรุป ว่าเมืองปายก็มีคู่หูดูโอคู่ใหม่แล้ว โอเปิ้ล+อามัน หลังจากที่เดินตามฉันต้อยๆอยู่วันหนึ่ง อามันก็ตัดสินใจเช่าจักรยานหนึ่งคันไว้สำหรับขี่ไปซื้อเบียร์ เย้… อามันมีจักรยานเป็นของตัวเองแล้ว ฉันยิ้มให้กับฟันสีขาวของอามันที่ตัดกันดีกับสีผิวบนใบหน้า

ดูเหมือนอามันจะภูมิใจกับสีผิวของตัวเองพอสมควร อามันมักจะออกตัวเสมอเวลาที่ฉันชวนออกไปขี่จักรยานเที่ยวเล่น

“รอสักพักได้ไหมโอเปิ้ล อามันไม่อยากออกไปตอนนี้ กลัวดำ”

โถ ไอ้ลูกครึ่ง กูว่ามึงน่าจะกลัวสีตกใส่ถนนมากกว่านะ

 

*ข้อควรรู้เกี่ยวกับอามัน

1.อามันไม่ชอบสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสัตว์ที่มีขน แต่อามันก็เข้ากันได้ดีกับเบนนี่และสะเดา

2.หลังจากที่คลุกคลีกับเบนนี่และสะเดาได้สักพัก อามันบอกว่ากลับไปกรุงเทพฯจะซื้อแมวมาเลี้ยงแล้วตั้งชื่อว่าสะตอ

3. ตอนที่โอเปิ้ลขี่จักรยานตกเขา อามันอยู่ในเหตุการณ์ แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากไปกว่าบอกว่า โอเปิ้ล แกอดทนหน่อยนะ แกต้องขี่รถกลับไปด้วยตัวเองอีกเจ็ดกิโล

4.ถ้าอามันไปกินข้าวคนเดียวทีไร มักจะถูกชาร์จราคานักท่องเที่ยวเสมอ เพราะแม่ค้าเข้าใจว่าอามันเป็นฝรั่งหน้าโง่คนหนึ่ง

5. อามันบอกว่าผู้ชายมีสองแบบ ผู้ชายหมาๆ กับผู้ชายแมวๆ แล้วผู้หญิงก็ชอบเลือกอย่างแรก นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้อามันเป็นแมวโสดถึงทุกวันนี้ เมี๊ยว

6.ก่อนออกท่องราตรีเมืองปาย อามันไม่ลืมที่จะทาโรลออนและฉีดน้ำหอมสองสามฟิต เพราะไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นแขกเต่าเหม็น

7.โอเปิ้ลกับอามันใช้โรลออนยี่ห้อเดียวกันแต่คนละสี (โชคดีที่ไม่มีใครคว้าผิด)

8.อามันมักจะกลับมานอนที่ห้องในเวลาที่โอเปิ้ลเพิ่งจะตื่นแต่เช้าเพื่อขี่จักรยานไปทำแผล

9. อามันพูดว่าจะออกจากปายไปแม่ฮ่องสอนตั้งแต่วันที่6จนวันนี้วันที่12แล้วอา มันเพิ่งจะออกเดินทาง เพราะที่ผ่านมา อามันเมาเละเทะ หมดสภาพตื่นไม่ทันเลยสักวัน

10.ถึงจะเป็นลูกครึ่ง แต่อามันเป็นคนหัวเก่าและเชื่อเรื่องพรหมลิขิตมาก ซึ่งอามันจะเรียกพรหมลิขิตเป็นพรหมลิขวิดอยู่เสมอ

11. ใครที่ได้ยินชื่ออามันครั้งแรก มักจะฟังเป็น “เอามัน” กันทุกคน พร้อมกับตั้งคำถามว่าอามันเอามันจริงหรือเปล่า ซึ่งอามันก็จะยิ้มเขินอายเล็กน้อยแล้วกระซิบว่า….ต้องลอง

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
CAPTCHA
This question is for testing whether you are a human visitor and to prevent automated spam submissions.
6 + 1 =
Solve this simple math problem and enter the result. E.g. for 1+3, enter 4.